การผสมผสานสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกันอย่าง Tropical, Japanese Garden และ Italian Contemporary ให้อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ฟังดูเหมือนจะเป็นโจทย์ที่ท้าทาย
แต่สำหรับ B3P Residence บ้านขนาด 960 ตารางเมตรบนที่ดินขนาด 300 ตารางวาในกรุงเทพฯ หลังนี้ เราเลือกที่จะไม่จับทุกอย่างมาผสมรวมกันตรง ๆ แต่เล่าเรื่องผ่าน “การเดินทางและเปลี่ยนผ่านอารมณ์” ของพื้นที่ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าบ้านเพื่อตอบรับกับโจทย์ที่ดินในทิศตะวันตก

ในกระบวนการออกแบบ เราและเจ้าของบ้านได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเราทดลองพัฒนาผังอาคารและทำหุ่นจำลองเพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันถึงสองแนวทาง ทั้งการวางตัวบ้านชิดด้านหน้าเพื่อเน้นสวนหลังบ้าน และการขยับตัวบ้านร่นไปไว้ค่อนหลัง จนได้ข้อสรุปที่ลงตัวที่สุดในการเลือกขยับบ้านไปด้านหลัง เพื่อเปิดพื้นที่ด้านหน้าให้เป็นสนามหญ้าเอนกประสงค์ผืนใหญ่ ปลูกไม้ยืนต้นฟอร์มสูงคอยกรองแสงแดดยามบ่าย


ก่อนจะนำทางเข้าสู่ตัวบ้านผ่านโถงต้อนรับกึ่งภายนอกที่โอบล้อมด้วยบล็อกแก้วและสวนญี่ปุ่นด้านใน ที่ทำหน้าที่หลายบทบาท ทั้งเป็นพื้นที่รับแขกแบบไม่เป็น,ที่นั่งอ่านหนังสือ, ที่ถอดรองเท้า หรือเก็บถุงกอล์ฟ เนื่องจากเป็นส่วนกึ่งภายนอก จึงสามารถระบายอากาศได้ดี แต่ไม่เปียกฝนหรือร้อนจากแดด

เมื่อเปิดประตูเข้าสู่พื้นที่ภายในหลัก อารมณ์ของบ้านจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความเรียบเท่แบบ Italian Contemporary อย่างเต็มตัว ผ่านโถงรับแขกเพดานสูงสองชั้นที่เปิดโปร่งด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ยาวตลอดแนว เราแก้ปัญหาความร้อนของทิศตะวันตกด้วยการยื่นโครงสร้างอาคารชั้นสองออกมาถึง 4 เมตรแบบไร้เสา คอยทำหน้าที่เป็นกันสาดผืนใหญ่ บังแดดไม่ให้สะท้อนเข้าตา แต่ยังคงเปิดรับวิวสนามหญ้าหน้าบ้านรวมถึงแสงธรรมชาติได้อย่างพอดีโดยไม่ต้องปิดม่านทึบตลอดวัน

ส่วนพื้นที่ใช้งานหลักที่เป็นส่วนตัวอย่างห้องนอนและพื้นที่ของครอบครัว เราจัดวางให้หันไปทางทิศตะวันออกเพื่อเปิดรับแสงเช้าและเปิดรับวิว "Secret Garden" หลังบ้านที่มีเนินดินรูปทรงเฉพาะตัว คอยช่วยพรางสายตาจากเพื่อนบ้านและสร้างความเป็นส่วนตัวสูงสุด ในขณะที่ห้องย่อยฝั่งทิศตะวันตกที่เหลือ เราเลือกใช้ระแนงไม้และช่องแสงแนวยาวเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด แต่ยังคงเปิดรับลมธรรมชาติได้ดีตลอดทั้งวัน


ความอบอุ่นลื่นไหลของบ้านหลังนี้ยังถูกสะท้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุครับ ตัวอาคารภายนอกเราเลือกกรุด้วยวัสดุโทนสีเข้มเพื่อลดการสะท้อนแสงแดดสู่ผู้สัญจรไปมา ในขณะที่ภายในเลือกใช้กระเบื้องพอร์ซเลนแผ่นใหญ่สีครีมอ่อนเพื่อลวงตาให้พื้นที่ดูกว้างขวาง ผนังตู้และชุดครัวถูกดีไซน์ให้ใช้ลายไม้เดียวกันลากยาวเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ ฝ้าเพดานโถงสูงกรุด้วยงานไม้ช่วยเพิ่มความอบอุ่น ปิดท้ายด้วยการผสมผสานสัมผัสของหินธรรมชาติและไม้จริง ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ผ้าสีนุ่มนวล เกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่อยู่ร่วมกับบริบทและธรรมชาติอย่างเข้าใจ













